ในอดีตกาล การดำเนินธุรกิจสีเขียวบางทีอาจเคยถูกเห็นว่าขึ้นกับความเต็มใจของภาคธุรกิจ ซึ่งแสดงว่า ภาคธุรกิจจะเลือกใช้แนวความคิดสีเขียวสำหรับการดำเนินธุรกิจหรือไม่ก็ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อสิ่งแวดล้อมและก็ลักษณะอากาศของโลกในตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ตกต่ำลง ประกอบกับการที่ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเช่น ทรัพยากรป่าดง เชื้อเพลิง ลดลงลงแบบที่ไม่สามารถที่จะสร้างคืนกลับมาได้ ซึ่งส่งผลมาจากการใช้ทรัพยากรอย่างสุรุ่ยสุร่ายสำหรับในการผลิตรวมทั้งการบริโภค ภายใต้กระแสโลกที่เปลี่ยนนี้ หลักสำคัญด้านสภาพแวดล้อมมีหน้าที่สำคัญต่อกิจการค้าระหว่างชาติเยอะขึ้นเรื่อยๆ

โดยเฉพาะได้มีการเอามาตรการด้านสภาพแวดล้อมมาใช้เป็นข้อจำกัดหนึ่งสำหรับการพูดจารวมทั้งข้อแม้ทางด้านการค้า สำหรับในฝั่งของคนซื้อเอง เดี๋ยวนี้มีผู้ใช้เยอะมากที่ให้ความเอาใจใส่รวมทั้งสืบหาผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งการกระทำสำหรับในการบริโภคดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นอาจะเป็นข้อตกลงรวมทั้งปัญหาที่ท้าให้กับภาคธุรกิจ ที่จำเป็นต้องคิดคิดแผนเป็นจริงเป็นจังอย่างมีระบบ เพื่อการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืนสามารถปฏิบัติการพร้อมกันไปกับการผลิตกำไรให้กับหน่วยงานได้

ถ้าเกิดพิเคราะห์กระแสโลกเกี่ยวกับธุรกิจสีเขียว พบว่ามีธุรกิจหลายจำพวกที่น่าจับตาดู เพราะมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจรีไซเคิลขยะ ธุรกิจพลังงานจากชีวมวลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) รวมทั้งไม้สับ (Wood Chips) แล้วก็ธุรกิจโซล่าเซลล์บนหลังคาที่พัก (Solar PV Rooftop) ฯลฯ

ก่อนหน้านี้ ราคาของตลาดรีไซเคิลขยะทั่วทั้งโลกขยายตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยมากขึ้นจาก 14 พันล้านยูโรในปี 2554 เป็น 21 พันล้านยูโรในปี 2558 จากรายงานของ Statista ปี 2017 ยังทำให้เห็นว่ามีลัษณะทิศทางที่จะมากขึ้นแตะต้องระดับ 35 พันล้านยูโรในปี 2563 การขยายตัวของธุรกิจรีไซเคิลขยะมีแรงหนุนมาจากหลายสาเหตุ เป็นต้นว่า อัตราแนวทางการรีไซเคิลขยะที่ขยายตัวในหลายประเทศทั้งโลก สิ่งที่มีความต้องการสำหรับการบริโภคสินค้าสีเขียวของลูกค้า ฯลฯ

ชนิดของธุรกิจขยะรีไซเคิลที่เป็นดาวรุ่งที่น่าสังเกตสำหรับเมืองไทยเป็นธุรกิจเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เพราะว่าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลแพงถูกกว่าเม็ดพลาสติกใหม่ถูกเอาไปใช้เป็นวัตถุดิบในหลายอุตสาหกรรมโดยยิ่งไปกว่านั้นอุตสาหกรรมสิ่งทอ

สหภาพยุโรปได้ตั้งเงื่อนไขว่าสินค้าพลาสติกที่ส่งไปขายต้องมีเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเป็นองค์ประกอบไม่ต่ำยิ่งกว่า 30% ทั้งยัง ทางบีโอไอ (BOI) ได้ออกมาตรการสร้างสิ่งจูงใจให้กับภาคธุรกิจ โดยให้การเว้นเสียแต่ภาษีนิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี รวมทั้งละเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่ประยุกต์ใช้ในธุรกิจพลาสติกรีไซเคิล

ตอนนี้ ธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดรวมทั้งไม้สับได้รับความพึงพอใจจากหลายประเทศ ดังเช่น ประเทศเกาหลีใต้รวมทั้งญี่ปุ่น ซึ่งความจำเป็นไม้อัดเม็ดแล้วก็ไม้สับในประเทศประเทศญี่ปุ่นได้รับแรงหนุนมาจากการที่ญี่ปุ่นภัยปรมาณู ที่ฟุกุชิมะในปี 2554 ทำให้โรงไฟฟ้าปรมาณูหลายที่จำต้องทยอยปิดตัวลงแล้วก็ทำให้มีความสำคัญจะต้องมีการใช้โรงไฟฟ้ามากขึ้น ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา

ญี่ปุ่นมีจำนวนการนำเข้าชีวมวลอัดเม็ดเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ามากขึ้น เพราะฉะนั้น การสร้างเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ดรวมทั้งไม้สับเพื่อส่งออกก็เลยมีความน่าดึงดูดใจ อย่างไรก็ตาม ประเทศญี่ปุ่นมีนโยบายนำเข้าเฉพาะไม้หรือสินค้าจากไม้ที่ได้รับการยืนยันมาตรฐานการปลูกป่าแบบยืนนาน (FSC) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สากลเห็นด้วย โดยเหตุนั้น ที่จะตอบสนองต่อช่องทางทางธุรกิจนี้ ภาครัฐควรจะเร่งรัดดำเนินงาน ช่วยเหลือ ช่วยเหลือการปลูกยางพาราแบบยืนยงตามข้อกำหนด FSC เพื่อจะช่วยทำให้สามารถผลิตชีวมวลอัดเม็ดที่มีสมรรถนะทั้งยังด้านจำนวนและก็ด้านประสิทธิภาพสำหรับส่งออก

สำหรับในประเทศไทย เดี๋ยวนี้ได้มีการนำแนวความคิดสีเขียวมาใช้สำหรับในการดำเนินธุรกิจในหลายลักษณะ เป็นต้นว่า นำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ การใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นจากแผงโซล่าเซลล์ที่จัดตั้งบนหลังคา การนำเศษอุปกรณ์เหลือกินเหลือใช้จากผลิตมาใช้เพื่อการผลิตพลังงาน อื่นๆอีกมากมาย

โดย Quick Win สำหรับธุรกิจคงจะอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการช่วยทำให้บริษัทออมทุนด้านพลังงานรวมทั้งน้ำ นอกจากผลดีที่ธุรกิจได้รับในรูปของกำไรหรือการประหยัดเงินลงทุนแล้ว สังคมโดยรวมก็ได้ได้ประโยชน์จากธุรกิจสีเขียวด้วยด้วยเหมือนกัน โดยชุมชนที่อยู่ในรอบๆใกล้เคียงมิได้รับผลพวงจากน้ำเสีย ขยะ หรือเศษอุปกรณ์เหลือกินเหลือใช้จากแนวทางการผลิตที่โรงงานเอามาทิ้งหรือปลดปล่อยออกมาสู่ชุมชน ภาครัฐสามารถมัธยัสถ์งบประมาณสำหรับการบำบัดรักษาและก็ฟื้นฟูสภาพห้อมล้อมรอบๆที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ซื้อมีผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยรวมทั้งดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อมไว้สำหรับเลือกบริโภค

โดยเหตุนั้น เมื่อดูไปในอนาคต จะเห็นได้ชัดว่าแนวโน้มของธุรกิจสีเขียวนอกเหนือจากการที่จะเติบโตมากเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีลักษณะท่าทางที่จะมีวิธีการใหม่ๆที่ประดิษฐ์มากยิ่งขึ้น วันนี้ถึงสมัยตื่นตัวหรือตอนขาขึ้นของธุรกิจสีเขียว

อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุที่จะเกื้อหนุนให้ธุรกิจสีเขียวโตต่อได้ แล้วก็สร้างผลตอบแทนสู่สังคม มี ภาครัฐควรจะให้การเกื้อหนุนผ่านทางหลักการช่วยเหลือการลงทุนโดยตลอด ช่วยเหลือให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาใช้สำหรับในการต่อยอดธุรกิจ ทั้งยัง ไม่สนับสนุนแนวนโยบายอุดหนุนพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วก็ปิโตรเลียม ซึ่งเป็นคู่แข่งขันหลักของพลังงานชดเชย นอกเหนือจากนั้น ภาครัฐบางครั้งก็อาจจะช่วยเหลือให้มีการวิจัยและพัฒนาสิ่งใหม่ใหม่ๆที่ดีต่อสภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อภาคธุรกิจสามารถเอาไปใช้ให้กำเนิดคุณประโยชน์ในเชิงการค้าถัดไป